10 เคล็ดลับดูแลสวนง่าย ๆ ที่คุณควรรู้

70

หลังจากได้สวนสวย ๆ มาเป็นของตัวเองแล้ว หลาย ๆ คนก็อาจปล่อยปละละเลยไม่ค่อยดูแลหรือไม่รู้วิธีดูแลที่ถูกต้อง จนทำให้สวนของคุณรกเลอะเทอะไม่น่ามองและต้นไม้เหี่ยวเฉาลงในเวลาสั้น ๆ จนอดเสียดายไม่ได้ ดังนั้นวันนี้มจึงได้รวบรวมเคล็ดลับดี ๆ ในการดูแลรักษาสวนของคุณให้สวยทนไปได้นาน ๆ มาฝาก จะมีอะไรบ้างนั้น ลองไปดูกันเลยค่ะ

1. ขจัดคราบเกลือจากกระถางต้นไม้

เพื่อกำจัดคราบเกลือหรือตะไคร่ขึ้นเขียวสกปรกออกจากกระถางต้นไม้ดินเหนียวของคุณ สิ่งที่คุณควรทำก็คือผสมน้ำส้มสายชู แอลกอฮอลล์ทำแผล และน้ำเปล่าในปริมาณเท่า ๆ กันแล้วจึงเทใส่ในขวดสเปรย์ จากนั้นก็ฉีดสเปรย์ลงบนคราบสกปรกและใช้แปรงพลาสติกขัดให้เรียบร้อย เท่านี้กระถางต้นไม้ของคุณก็จะกลับมาสวยเหมือนใหม่ได้ง่าย ๆ แล้ว

2. กันดินติดซอกเล็บด้วยสบู่

หากว่าคุณไม่มีถุงมือสำหรับใช้ทำสวนแล้วก็ไม่อยากให้ดินติดตามซอกเล็บจนต้องมาล้างออกให้สกปรกแล้วล่ะก็ ลองเอาวิธีง่าย ๆ นี้ไปใช้กันดู โดยคุณเพียงแค่เอานิ้วจิกให้สบู่เข้าไปติดตามซอกเล็บก่อน จากนั้นจึงล้างและใช้แปรงแซะสบู่ออกหลังจากทำสวนเสร็จ เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

3. ใช้อุปกรณ์ทำสวนยาว ๆ ให้เป็นประโยชน์

ถ้าคุณมีอุปกรณ์ทำสวนขนาดยาว ๆ เช่นไม้กวาดที่ใช้กวาดใบไม้ ก็ลองเอาไม้กวาดของคุณมาใช้ประโยชน์อย่างอื่นให้คุ้มค่ามากขึ้นดูบ้าง โดยเอาปากกาที่ลบไม่ได้มาเขียนขีดความสูงลงไปบนไม้กวาดของคุณตลอดแนวยาว เพียงแค่นี้คุณก็จะได้อุปกรณ์วัดความยาวง่าย ๆ มาใช้ในสวนโดยไม่ต้องเข้าบ้านไปตามหาสายวัดให้ยุ่งยากแล้วล่ะ

4. เก็บสายเชือกให้หาเจอได้ง่าย ๆ

แทนที่จะเก็บเชือกแบบไม่เป็นที่เป็นทางให้คุณต้องวิ่งวุ่นหาทุกครั้งที่จะใช้ ก็ลองเปลี่ยนมาเก็บสายเชือกด้วยวิธีนี้ดูเพื่อให้คุณหาเจอได้ง่ายขึ้น โดยเอากระถางเปล่าแบบมีรูมา 1 ใบ แล้ววางเชือกไว้ข้างในโดยร้อยให้ปลายเชือกลอดออกมาจากรูกระถางแล้ววางคว่ำลง เท่านี้ก็จะได้ที่เก็บเชือกที่ใช้สะดวกหาเจอง่ายมาเป็นของตัวเองได้ทันที

5. ใช้เทคนิคดี ๆ ทำให้กระถางทนทานขึ้น

กระถางต้นไม้เป็นตัวที่คอยป้องกันต้นไม้ของคุณโดยตรง ดังนั้นคุณจึงควรดูแลกระถางดินเหนียวของคุณให้แข็งแรงมากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้แตกจนคุณต้องเอาต้นไม้ไปปลูกใหม่ให้เสียเวลา ด้วยการนำกระถางไปแช่เย็นทิ้งไว้สัก 1 คืนก่อนเอามาใช้ จะช่วยให้กระถางต้นไม้ของคุณแข็งแรงขึ้นได้

6. ติดป้ายบอกชื่อแบบสร้างสรรค์

ถ้าคุณอยากทำป้ายชื่อน่ารัก ๆ ไว้ให้แขกที่เข้ามาชมสวนได้รู้ว่าต้นไม้ที่คุณปลูกคืออะไร  แต่ไม่อยากติดป้ายแบบทั่ว ๆ ไปให้สวนเสียบรรยากาศ ก็ลองเอาปากกาแบบที่ลบออกไม่ได้มาเขียนบนก้อนหินเรียบ ๆ ที่ดูสะอาดตาแทนแล้วนำไปวางตรงต้นไม้ของคุณดู สวนจะได้ยังคงดูเป็นธรรมชาติสวยงามเหมือนเดิม

7. กำจัดแมลงด้วยวิธีที่ปลอดภัย

ใคร ๆ ก็คงไม่อยากให้สวนของตัวเองถูกแมลงแทะจนไม่น่ามองแน่นอน แต่หลาย ๆ คนก็คงไม่อยากให้ต้นไม้ในสวนของตัวเองปนเปื้อนสารเคมีอันตรายอย่างยาฆ่าแมลงด้วยเหมือนกัน โดยเฉพาะครอบครัวที่ปลูกพวกผักสวนครัวไว้ทำกินเอง เพราะฉะนั้นวิธีที่เหมาะกับคุณที่สุดควรเป็นการใช้สบู่ไบโอเทคกำจัดแมลงแทน เพราะไม่อันตรายกับมนุษย์และสิ่งแวดล้อม แถมยังขจัดแมลงได้ดีอีกด้วย

8. บำรุงต้นไม้ด้วยน้ำต้มผัก

คราวหน้าที่คุณคิดจะต้มหรือลวกผักให้สุกเพื่อทำเป็นอาหารเย็น ก็อย่าเพิ่งเอาน้ำไปเททิ้งให้เสียของเปล่า ๆ ลองนำน้ำต้มผักที่ไม่ได้ใช้มารดน้ำต้นไม้ของคุณดู รับรองเลยว่าจะช่วยให้โตและแข็งแรงขึ้นทันตาเห็นจนคุณต้องตกใจเลยล่ะ

9. ดูแลต้นไม้ที่ต้องการกรดมาก ๆ ให้ถูกวิธี

ต้นไม้บางชนิดก็ต้องการให้ดินมีค่าเป็นกรดมากหน่อย เช่น อาซาเลีย (กุหลาบพันปี) หรือคาเมเลีย ซึ่งการดูแลดินให้มีค่าเป็นกรดเพิ่มขึ้นก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร เพียงแค่ใช้ใบชาที่คุณทานเหลือใส่ลงไปในดินพอสมควร เท่านี้ก็จะช่วยให้ดินสมดุลเหมาะกับการปลูกพืชประเภทนี้มากขึ้นได้แล้ว

10. ปกป้องต้นอ่อนด้วยชาคาโมมายล์

พวกเห็ดราหรือวัชพืชมักจะขึ้นมาบนบริเวณต้นอ่อนที่ยังไม่แข็งแรงอย่างรวดเร็วโดยที่คุณไม่ทันรู้ตัว เพราะฉะนั้นคุณจึงควรป้องกันปัญหาแบบนี้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ด้วยการพรมชาคาโมไมล์ลงบนบริเวณที่คุณปลูกต้นอ่อนที่ยังไม่แข็งแรง หรือจะใช้วิธีฉีดสเปรย์แทนก็ได้

จัดมุมนั่งเล่นในสวนอย่างไร ให้สวยเป๊ะทุกองศา

3

หลังจากมีสวนสวย ๆ มาในบ้านจนร่มรื่นชื่นตาชื่นใจอย่างที่ต้องการแล้ว แน่นอนว่าสิ่งที่หลาย ๆ คนต้องการเป็นอันดับต่อมาก็คือมุมนั่งเล่นในสวนนี่แหละ จะได้มีที่นั่งเล่น อ่านหนังสือ ทานของว่าง และชมสวนไปแบบเพลิน ๆ ซึ่งวันนี้ก็ได้รวบรวมเทคนิคดี ๆ การจัดมุมนั่งเล่นในสวนมาเอาใจคุณกันโดยเฉพาะ ว่าแล้วเพื่อไม่ให้เสียเวลาก็ลองไปดูเคล็ดลับดี ๆ ที่ว่ากันเลยดีกว่าจ้า

1. หันเก้าอี้เข้าหากัน

แทนที่จะใช้ม้านั่งยาวเพียงตัวเดียวมาวางไว้ในสวนให้ดูจืดชืด คุณก็ควรมองหาม้านั่งยาวอีกตัวมาวางข้าง ๆ โดยหันหน้าเข้าหากันเหมือนห้องนั่งเล่นที่อยู่ภายนอกบ้าน จะได้ช่วยให้มุมนั่งเล่นของคุณดูอบอุ่นมีเสน่ห์มากขึ้น และช่วยให้คุณและคนในครอบครัวได้นั่งจับเข่าคุยกันได้สะดวกมากขึ้นอีกด้วย อย่างไรก็ดี ม้านั่งยาวที่เลือกใช้ควรเป็นแบบที่เข้าชุดกันด้วยนะคะ จะได้ดูสวยลงตัวไม่ขัดตายังไงล่ะ

2. ผ้าม่านสวยช่วยได้

การเอาผ้าม่านบางพลิ้วสักผืนมาขึงไว้บริเวณมุมนั่งเล่น จะช่วยกันพื้นที่ให้ดูเป็นสัดส่วนมากขึ้นและบังแดดแรง ๆ ได้ในตัว แถมยังช่วยให้ดูโรแมนติกได้มากขึ้นอีกต่างหาก จึงถือเป็นของง่าย ๆ ที่ใช้ตกแต่งมุมนั่งเล่นในสวนของคุณได้ดีเลยทีเดียว ซึ่งใครที่อยากประหยัดงบก็ไม่จำเป็นต้องซื้อผ้าม่านแพง ๆ มาใช้ก็ได้นะคะ แค่ลองเอาผ้าบาง ๆ สักผืนมาวาดลายโชว์ฝีมือลงไปเอง ก็เก๋ไม่ซ้ำใครแล้วล่ะ

3 วางพรมเข้าไปด้วย

พรมสวย ๆ ช่วยให้มุมนั่งเล่นทุกที่สมบูรณ์ได้ รวมไปถึงมุมนั่งเล่นในสวนด้วย จากการที่ช่วยทำให้พื้นที่ดูเป็นสัดส่วนมากขึ้น ดังนั้นจึงถือเป็นของที่ขาดไม่ได้เลยทีเดียว อย่างไรก็ดีถ้าอยากจะให้สวยเป๊ะสุด ๆ ก็อย่าลืมเลือกพรมให้เหมาะสมกับพื้นที่ และไม่เลือกแบบที่หนาเกินไปจนดูขัดตาเหมือนอยู่ในห้องนั่งเล่นมากกว่าสวนนะจ๊ะ

4. โต๊ะเล็กก็สำคัญ

แม้จะดูเป็นของเล็กน้อย แต่เชื่อเถอะว่าคุณจะต้องอยากได้โต๊ะมาวางไว้ในสวนนี้ด้วยแน่นอน จะได้ประยุกต์ใช้เป็นที่วางของว่าง หรือหนังสือที่คุณถือติดมือมาด้วย นอกจากนี้หากเลือกเป็นเบาะนุ่ม ๆ ก็สามารถใช้วางขาเพื่อเหยียดตัวกลางสวนได้อีกด้วย เห็นไหมล่ะว่าการเอาโต๊ะมาวางด้วยนั้นสำคัญไม่ใช่น้อยเลยเหมือนกัน

5. กระถางต้นไม้เล็ก ๆ

แม้ว่าคุณจะมีไม้ประดับสวยเก๋หลากชนิดเต็มสวนแล้วก็ตาม แต่คุณก็ควรเอาไม้ประดับต้นเล็ก ๆ มาตกแต่งที่มุมนั่งเล่นของคุณด้วยเช่นกัน จะได้ช่วยให้มุมนั่งเล่นของคุณดูกลมกลืนกับส่วนอื่น ๆ ของสวนมากขึ้น และช่วยให้ดูสดใสมีชีวิตชีวาเป็นธรรมมากขึ้นไปในตัว ทั้งนี้ใครรู้ตัวว่ามีฝีมือ อาจลองเอาใช้ไอเดียเริ่ด ๆ ของตัวเองลวดลายตกแต่งกระถางเองก็ได้เหมือนกันนะคะ

6. เติมแสงไฟให้ดูโรแมนติกมากขึ้น

แสงสลัวที่ติดไว้ที่มุมนั่งเล่นของคุณ เป็นสิ่งจำเป็นที่ช่วยให้มุมนั่งเล่นในสวนมีบรรยากาศสวยโรแมนติกมากขึ้น ซึ่งคุณจะเลือกใช้เป็นแบบโคมไฟตั้งโต๊ะ หรือเทียนไข เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศให้ดูคลาสสิกก็ได้ แต่ที่แน่ ๆ อย่าลืมเตรียมยากันยุงหรือโคมไฟแบบไล่ยุงมาบ้างนะคะ จะได้ไม่โดนยุงกัดให้เสียบรรยากาศยามนั่งชิลในสวน

7. ใส่ใจกับเบาะนุ่ม ๆ

การมองหาเบาะนุ่มนิ่มมาวางเอาไว้ นอกจากจะช่วยให้คุณนั่งสบายมากขึ้นแล้ว เบาะลายสวย ๆ พวกนี้ยังช่วยให้มุมนั่งเล่นของคุณดูสดใสมีชีวิตชีวามากขึ้นอีกด้วย ดังนั้นอย่าลืมมองหาเบาะมาวางเสริมบนม้านั่งในสวนของคุณบ้างนะคะ ทั้งนี้ใครที่ติดการนั่งกอดหมอน อาจเอาหมอนอิงมาวางเพิ่มด้วยก็ได้

วิธีตัดแต่งกิ่งไม้ เพื่อสวนสวย

123

ตัดแต่งกิ่งไม้กันเถอะ       

หากจะพูดถึงต้นไม้ที่ปลูกเลี้ยง มีเรื่องให้เรียนรู้ได้ไม่รู้จบ อย่างเช่นการตัดแต่งต้นไม้ หลาย ๆ คนคิดว่าไม่จำเป็นเท่าไหร่ ไม่ทำก็ได้ แต่เชื่อไหมว่าการตัดแต่งต้นไม้ที่ถูกวิธีนั้น จะช่วยควบคุมการเจริญเติบโต ทำให้พุ่มต้นโปร่ง ลดปัญหาโรคแมลงหรือหากเป็นไม้ผลจะช่วยทำให้มีผลผลิตสม่ำเสมอคุณภาพดี .. แล้วก็คว้ากรรไกรเดินเข้าสวนกันเถอะ

การตัดแต่งกิ่งขั้นต้น ให้ใช้หัวแม่มือกับนิ้วชี้เด็ดยอดอ่อน การเด็ดยอดอ่อนจะช่วยคุมการเจริญเติบโต เช่น เมื่อเด็ดยอดอ่อนด้านข้าง หมายถึงการช่วยเร่งความเจริญเติบโตทางแนวยาวของกิ่ง เรียกวิธีนี้ว่า Pinching

การตัดแต่งแต่ละครั้ง ควรใช้เครื่องมือที่เหมาะสมกับงานนั้น ๆ เครื่องมือต้องคม และใช้อย่างถูกวิธี นอกจากนี้หากรอยแผลที่ถูกตัดแต่งมีขนาดใหญ่ควรต้องใช้ยาทาแผล เพื่อป้องกันเชื้อโรคเข้าไปทำลาย

Thinning เป็นการตัดกิ่งที่ไม่ต้องการออกโดยไม่เหลือตอกิ่ง เพื่อให้พุ่มต้นโปร่ง กิ่งที่ควรตัดออก เช่น กิ่งที่หันเข้าหาพุ่ม กิ่งที่เป็นโรค กิ่งแห้ง กิ่งมุมแคบ เป็นต้น การตัดแบบหลังนี้ จะตัดชิดกับต้นหรือชิดกับกิ่งใหญ่

การตัดแต่งต้นที่เรียกว่า Shearing เป็นการตัดแต่งไม้แบบหนึ่ง ที่ไม่จำเป็นต้องคิดถึงการตัดกิ่งที่ต้องอยู่เหนือตาหรือข้อตา เพราะเป็นการตัดแต่งผิวของพุ่มใบ เพื่อให้ได้รูปทรงต่าง ๆ (Topiary) ตามต้องการ

ส่วนการตัดกิ่งที่เหลือตอไว้เรียกว่า Heading Back หรือการทอนกิ่ง เป็นการตัดกิ่งเพื่อให้แตกยอดใหม่ ควรตัดลงมาถึงตาที่อยู่ในทิศทางที่ต้องการการตัดลงมาถึงตาที่หันเข้าหาพุ่ม เป็นการตัดที่ไม่ถูกต้อง เพราะกิ่งที่เกิดใหม่จะไม่มีประโยชน์ ซึ่งต้องตัดทิ้งในภายหลัง การตัดควรตัดชิดกับตา และทำเป็นปากฉลาม โดยให้รอยแผลหันออกจากตา

ต้นกุหลาบ สัญลักษณ์แห่งความรัก ปลูกไว้ประดับสวน

55

ดอกกุหลาบ คือ หนึ่งในดอกไม้ยอดนิยมที่หลายคนอยากจะปลูกเอาไว้ติดบ้าน เพราะกลิ่นอันหอมกรุ่น และเสน่ห์ความงามของสีสันที่ให้อารมณ์แตกต่างกันไป ทำให้ต้นกุหลาบกลายเป็นไม้ดอกไม้ประดับที่หลายคนหมายปอง อยากจะปลูกไว้ประดับสวน

ลักษณะของต้นกุหลาบ

เป็นไม้ยืนต้นพุ่มเล็ก ที่มีความยาวลำต้นตั้งแต่ 30 – 200 เซนติเมตร ส่วนใหญ่จะมีหนามแหลมอยู่บริเวณลำต้น แต่ก็มีบางชนิดที่ไม่มีหนาม ลักษณะใบโค้งมนสีเขียว ปลายแหลม ขอบใบมีหยักเล็กน้อย ดอกมีกลิ่นหอม ลักษณะกลีบเรียงซ้อนเป็นชั้น ๆ ประมาณ 4-6 ชั้น มีหลายสี เช่น สีแดง สีชมพู สีขาว สีเหลือง เป็นต้น

 ประโยชน์ของต้นกุหลาบ

ต้นกุหลาบนิยมปลูกไว้เพื่อตกแต่งสวน เป็นไม้ดอกไม้ประดับที่เพิ่มความสดชื่นสวยงามให้กับสวน โดยมีฉายาว่า ราชินีแห่งอุทยาน (Queen of the Garden) เชื่อกันว่าบ้านใดปลูกกุหลาบไว้ในบ้าน จะเกิดความสง่าภาคภูมิ และดูโดดเด่นเมื่อพบเห็น นอกจากนี้กลิ่นหอมของดอกกุหลาบยังช่วยเพิ่มบรรยากาศดี ๆ ให้กับสวนอีกด้วย โดยหลายคนนิยมปลูกดอกกุหลาบเพื่อใช้ตกแต่งบ้าน หรือเป็นสัญลักษณ์ของความรัก และนิยมมอบให้แก่กันในวันวาเลนไทน์

 วิธีปลูกกุหลาบ

1.  ปลูกในแปลงปลูก ขนาด 30x30x30 เซนติเมตร โดยใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก และดินร่วน อัตราส่วน 1 : 2 ผสมดินปลูก

2.  ปลูกในกระถาง ใช้กระถางทรงสูงขนาด 10-16 นิ้ว ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก แกลบผุ และดินร่วน อัตราส่วน 1 : 1 : 1 โดยควรเปลี่ยนดินในกระถางทุก 1 ปี เพื่อแทนดินเดิมที่เสื่อมสภาพ

วิธีดูแลรักษากุหลาบ

ดิน : ชอบดินร่วนซุย ดินร่วนปนทราย มีความชื้นปานกลาง และระบายน้ำได้ดี

ปุ๋ย : ควรใส่ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก 1-2 กิโลกรัมต่อต้น เดือนละ 1-2 ครั้ง

น้ำ : ชอบน้ำปานกลาง ควรให้น้ำ 5-7 วันต่อครั้ง

แสง : ชอบแสงแดดจัด จึงควรปลูกไว้ให้ได้รับแดดกลางแจ้ง

การขยายพันธุ์กุหลาบ

ต้นกุหลาบสามารถขยายพันธุ์ได้โดยการปักชำ การตอน การทาบกิ่ง และการติดตา โดยสามารถทำได้ดังนี้

1.  การตอนกิ่ง

เป็นที่นิยมมากและเห็นผลได้เร็ว โดยควรเลือกกิ่งที่มีความสมบูรณ์ ไม่มีโรคหรือแมลง รวมทั้งไม่อ่อนหรือแก่จนเกินไป ใช้มีดคม ๆ ควั่นเปลือกรอบกิ่ง 2 รอย ห่างกันประมาณ 2.5-3 เซนติเมตร ให้รอยควั่นด้านบนอยู่ใต้ตาเล็กน้อย กรีดตามยาวและลอกเอาเปลือกออก จากนั้นขูดเมือกออกให้หมด แล้วนำขุยมะพร้าวที่แช่น้ำแล้วมาแปะทับ โดยหุ้มด้วยถุงพลาสติกอีกชั้น แล้วมัดด้วยเชือกให้แน่น ใช้เวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ จะเห็นรากงอก

2.   การติดตา

กรีดต้นกุหลาบเป็นรูปตัว T ยาวประมาณ 3-4 เซนติเมตร เผยอรอยกรีดออกเล็กน้อย เลือกตาที่ดูนูนเด่นชัดจากกิ่งพันธุ์ นำมาสอดลงในแผลที่กรีดไว้ พันด้วยพลาสติกให้แน่น ทิ้งไว้ 7 วัน หากตายังเป็นสีเขียวแสดงว่าได้ผล

3.  การปักชำ

ใช้ทรายหยาบผสมขี้เถ้าแกลบ ในอัตราส่วนเท่า ๆ กัน เลือกกิ่งกุหลาบที่มีดอกเริ่มแย้ม หรือบานมาแล้วไม่เกิน 1 สัปดาห์ ตัดกิ่งแล้วนำไปแช่น้ำ จากนั้นนำไปปักชำลงบนทรายที่ผสมไว้

4.  การเพาะเมล็ด

นำเมล็ดกุหลาบไปเพาะในภาชนะ ใส่ขุยมะพร้าวชื้น คลุมด้วยถุงพลาสติก แล้วนำไปแช่ตู้เย็นประมาณ 3-4 สัปดาห์ หากมีเมล็ดงอกขึ้นมาประมาณ 5% ค่อยนำมาไว้ข้างนอก รอให้ต้นกล้างอกครบแล้ว จึงย้ายลงปลูกในกระถาง

ตกแต่งสวนสวย ร่มรื่น ใกล้ชิดธรรมชาติ

572

นอกจากจะตกแต่งบ้านให้สวยงามแล้ว การตกแต่งสวนก็สำคัญกับบรรยากาศและภาพรวมของบ้านด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะการจัดสวนที่ช่วยเพิ่มสีเขียวให้กับบ้าน จนทำให้บ้านร่มรื่นและน่าอยู่ขึ้นอย่าปฏิเสธไม่ได้เลยล่ะ

สวนสวย ๆ บรรยากาศร่มรื่น ที่ช่วยให้ได้ใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น จึงถูกสร้างสรรค์ขึ้นในบ้านของ คุณ average  ด้วยการลงมือจัดสวนกับคนในครอบครัว จนกลายมาเป็นตัวอย่างสวนที่อุดมไปด้วยระบบนิเวศน์ ทั้งปลาทองตัวโต นกน้อยที่แวะเวียนมาสม่ำเสมอ หรือแม้กระทั่งต้นหญ้าเขียวขจีและดอกไม้ที่บานสะพรั่ง ใครสนใจจะตกแต่งสวนในบ้านบ้าง ลองไปดูตัวอย่างสวนสวย ๆ และคำแนะนำในการดูแลสวน จากคุณ average กันเลยจ้า

บ้านและสวน

จะให้ต้นไม้งอกงามเขียวนี่ต้องใช้ความพยายาม ต้องดูแลเอาใจใส่ไม่งั้นเรียบร้อย เหี่ยวเฉาตายไปตามยถากรรม ผมดูแลเองไม่เป็นหรอกแต่คุณนายแกมีความสามารถทางด้านนี้ใช้ได้เลย ต้นไม้ดอกไม้ที่บ้านเขียวชะอุ่มออกดอกเต็มสวนไปหมด เท่าที่เห็นก็มีรดน้ำจนชุ่มวันละครั้งตอนเช้า ใส่ปุ๋ยประมาณเดือนละครั้ง ตัดแต่งก็ต้องมีเป็นระยะ ต้นไม้ล้มลุกประเภทอายุสั้นก็ต้องคอยปลูกทดแทน ฯลฯ  ก็เชิญตามสบายครับ เราช่วยก่อสร้างสวนขึ้นมาแล้วปล่อยให้คุณนายดูแลไปละกัน ช่วยได้แค่รดน้ำตอนเช้ากะตัดหญ้าสองสัปดาห์ครั้งประมาณนั้น นอกนั้นก็เชิญคุณป้าบรรเลงตามสบายครับ

ไม้เลื้อยที่โรงรถบ้านนี้ชักจะลามขึ้นหลังคามากเกินไปซะแล้ว ได้เวลาปีนขึ้นไปตัดแต่งทิ้งเสียบ้าง รายการนี้หน้าที่เรา อีกวันสองวันต้องจัดการก่อนที่จะลามเยอะเกินไป

หน้าบ้านอีกหลังนึง มีต้นไม้ใหญ่หน้าบ้านสามต้น โรงรถแบบโล้น ๆ สะอาดตาแตกต่างไป

เข้ามาดูด้านในบ้าง สนามหญ้าหน้าบ้านหลังแรก จะให้หญ้าเขียวก็ต้องมีแดดพอสมควร ตัดหญ้าบ่อย ๆ ประมาณหนึ่งถึงสองสัปดาห์ต่อครั้ง ใส่ปุ๋ยเดือนละครั้ง รดน้ำทุกวันห้ามขาดไม่งั้นเหลืองตายเป็นหย่อม ๆ ดูไม่สว

บ้านนี้โรงรถออกแนวธรรมชาติ เน้นร่มรื่นเขียวครึ้ม

ผู้อาศัย ตัวนี้รุ่นแรก ๆ เลย ตัวโตเต็มฝ่ามือแล้ว เพื่อนร่วมรุ่นจากไปหลายตัวแล้วเหลือรุ่นแรกอยู่ซักสี่ห้าตัวได้ แต่ละตัวนี้ใหญ่ ๆ ทั้งนั้น มีรุ่นสองรุ่นสามมาเพิ่มเติมสมาชิกในบ่อก็ประมาณยี่สิบตัว

นกแถวบ้านมีเยอะ  มีนกปรอด เอี้ยง กางเขน อีแพร่ด ไม่มีปัญหากับปลาครับ ปลาเราตัวใหญ่นกพวกนี้กินไม่ได้ที่มีปัญหาคือ ตัวตะกวด เคยมาไล่จับปลากินอยู่พักนึง ปลาที่หนีทันนี่เนื้อตัวขาดรุ่งริ่งเลย เจอตัวเราก็ไล่ตีซะหนีหายไปเลย ไม่มาอีกละ

สนามหญ้าเขียว ๆ ของอีกบ้านซึ่งทำสวนสไตล์เดียวกัน คือ ปลูกต้นไม้ดอกไม้ไว้ริม ๆ รั้ว แล้วเว้นตรงกลางเป็นสนามหญ้า โรงรถหลังนี้เรียบ ๆ โล่ง ๆ ไม่มีไม้เลื้อย

พอเราจัดสวนมีต้นไม้ร่มรื่นดอกไม้ออกดอกสวยงาม บ้างก็มีดอกมีผลให้บริโภค เจ้าของสวนก็ชื่นอกชื่นใจ นอกจากตัวเราได้ชื่นชมพักผ่อนใจแล้ว สัตว์ตัวเล็ก ๆ ร่วมโลกก็ได้พึ่งพาสวนของเราด้วย บ้างก็มาเยี่ยมเยียน บ้างก็อาศัยอยู่ในสวนเราเลย ออกลูกออกหลานกันไป เจ้าของสถานที่นั่งมองด้วยความสุข .. นกกินน้ำหวานมาประจำเวลาดอกไม้บาน

แต่งสวนสีสดใสด้วยตัวเอง

509

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่มีพื้นที่จัดสวนไม่มากนัก แต่ยังคงต้องการความแปลกใหม่ให้กับสวนน้อย ๆ ของคุณให้ออกมาโดดเด่นไม่ซ้ำใคร ลองมองหาไอเดียใหม่ ๆ มาตกแต่งสวนของคุณดูสิคะ เช่น การฉีกความเชื่อเดิม ๆ ที่ว่า การจัดสวนให้สวยต้องจัดตกแต่งให้สีสันใกล้เคียงกับธรรมชาติเท่านั้น มาเป็นการทดลองแต่งแต้มสีสันสดใสลงไปแทน และยิ่งถ้าหากการแต่งสวนน้อย ๆ ของคุณนั้น เป็นการลงมือทำด้วยตัวเองล่ะก็ คงจะยิ่งทำให้สวนของคุณสวยอย่างมีความหมายขึ้นอีกมากเลยล่ะ

คุณ bowlfat สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ตัดสินใจลงมือตกแต่งสวนสวย ๆ หลังจากผ่านการถูกน้ำท่วมจนเสียหาย ให้กลับกลายเป็นมุมนั่งเล่นในสวนแบบน่ารัก ๆ แถมยังประหยัดงบได้อีกด้วย ถ้าใครอยากลองตกแต่งสวนสวยด้วยตัวเองดูบ้าง ลองมาดูวิธีการเติมสีสดใสให้สวน จากคุณ bowlfat กันเลยดีกว่าค่ะ ..

สวนเก่าที่เคยรัก ลาจากโดยไม่ทันตั้งตัว ทำใจอยู่นานว่าจะสร้างใหม่ หรือจะรอ ข่าวว่าปีนี้น้ำจะมาอีก แต่รอจนทนไม่ได้ เอาเหอะ ทำวันนี้ไปก่อน พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่ จากสภาพสวนแบบนี้

เราจะสร้างใหม่ ให้สดใสกว่าเดิม แท่น แท้น แท้นนน

แต่กว่าจะได้แบบนี้ หลังแข็ง นั่ง ลุก ลำบากเป็นเดือนเลย  ขั้นตอนที่ต้องทำก็เริ่มจากเก็บขยะ เอ้ย งุบงิบไม้เก่าบ้านเพื่อนมา 10 กว่าแผ่น เอามาปูพื้น เพื่อทำสวนแนว ๆ ร้านกาแฟอเมซอน ก็ซื้อแท่งซิเมนต์มารองรับ 10 กว่าแท่ง อ้อ! ทาโพลียูรีเทนไม้ซะ 3-4 รอบ แบบว่าเสียดายไม้จัด

อ้าว! หลังคายังเป็นไซแลนกันแดดได้อย่างเดียว เดี๋ยวไม้ก็เปียกสิ เฮ้อ!เกิดโครงการแทรกซ้อน ทำหลังคามุงสวนแบบประหยัดขึ้นมาด่วน ๆ เลย แว่บ ออกแบบเป็นโพลีคาร์บอเนต จัดวางใต้ไซแลนอีกที กันเสียงฝนไปในตัว สะท้อนรังสีบ้างไรบ้าง ว่าเข้านั่น

แว่บ หลังคาเสร็จละ ตามแบบเป๊ะ ๆ กว้าง 2 เมตร ยาว 6 เมตรเต็ม ไร้รอยต่อ อ้อ! ที่เห็นต้นไม้ใหญ่ เขียวเด่น ดอกชมพูที่เห็นในภาพ คือชงโคปลอมที่อยากได้มาแสนนาน เพราะมุงหลังคาก็เลยต้องทำต้นไม้ มาสร้างบรรยากาศป่า ๆ ในบ้าน ว่างั้น อิอิ

อ้าวหันไปจัดสวนให้สด ๆ cheer up อารมณ์ จิตตกกันหน่อย อยากจะเล่าว่า ไปหาซื้อเก้าอี้/ม้านั่ง จะมาวางนั่งดูน้ำตก แม่จ้าว 3,500 – 4,500 บาท จะแพงไปไหนนั่น นี่เลยไปซื้อไม้มา 300 บาท ตัดเอง คว้านเอง ได้มาประมาณนี้ เอาแล้วล่ะ ไม่ต้องหรูหรา เนอะ

ทำน้ำตกก็เก็บ ๆ หินจากสวนเก่าเอามาซ้อน ๆ แก้เขิน ป้ายปูนไปนิดหนึ่งกันร่วง ซื้อหญ้าปลอมมาแต่งมุมกับหุ้มกระบะไม้เฌอร่า พอให้เขียวเข้าไว้ โอ้ย! เมื่อยหลังกับการยกหิน ยกขึ้น ยกลง เอียงคอมอ

นี่เลยพะเนินหินซ้อน คู่แข่ง ลานหินปุ่ม เหอ ๆ น้ำตกแบบบ้านบ้าน แต่ลึก ๆ แล้วแอบคิด.. ฉันจะจัดการกับสมบัติเก่าอย่างไรให้ไฉไลกว่าเดิม เพิ่มเติม…ไม่เสียเงินเด็ด ๆ

แหงนมองพื้นที่ระหว่างกำแพง ดูยังโล่ง ๆ เนอะ พอดีมีเศษไม้เหลืออยู่อีก 4 ท่อน จัดหน่อยละกัน เติมกำแพงให้สูงขึ้นสักนิด จัดดอกไม้ใส่ถ้วยหนมปังเย็นไปหนีบ ๆ ไว้พอให้สีมันสด ๆ เข้าตา จะสดกันไปถึงไหนเนี่ย

หันไปสร้างครอบครัวไก่แจ้ เค้าจนเนอะ ไก่ไทยต้องนอนบนใบกกแห้ง

หมาคู่นี้รอลุ้นจัดสวนจนเหงาแล้ว เบื่อจะมองตาม ก้ม ๆ เงย ๆ ไปทั่วพื้นที่ 1 กระแบะมือ

ยังเหลือมุมเล็กๆตรงนี้อีกมุม เอ้า! จัดน้ำตกไว้รับน้ำละกัน ฮาาาา คือไม่รู้จะจัดการกับพวกตุ๊กตาเก่า ๆ พวกนี้ยังไง เลยเอามารวม ๆ กันไว้ พวกหนูอาบน้ำใหม่กันแล้วนะ โอเคอยู่ในบ้านได้ อย่าเลอะอีกละกัน ขู่..

อ้าว มีก๊อกอยู่ในบ้าน เปิดน้ำก็เปียกไม้อีกสิ ย้ายด่วน ไปอยู่นอกบ้านโน่น เอ่อ..แล้วจาล้างมือยังไง งั้นแยก ๆ กัน 2 จุด วิญญาณช่างประปามาด่วน โอม จงลง จงลง

ขอบรั้วจะทำอ่างดินเผาเจาะตูด ต่อน้ำทิ้งออกไปรดโมกริมรั้ว ส่วนจะล้างรถหรือรดน้ำต้นไม้ใช้ก๊อกนี่เลย สายยางพันโอ่งไว้ จบข่าว อย่าเยอะ หยุดคิดซะมั่งเหอะ

เห้อ ยังเหลือไม้อีก 2 ท่อน หยุดคิดเป็นซะทีไหนละเนี่ย อยากได้เก้าอี้นอนขึ้นมาซะงั้น เอาไม้มาเจาะเข้า เป็นบ่ารับเหล็ก

เก็บหนังมาไว้นานแล้ว เค้าจะทิ้ง เราก็สวมวิญญาณพวกเก็บของเก่า (มีหลายดวงเชียวคริคริ) เก็บเอามาดองไว้ ได้ใช้ก็งานนี้แหละ จัดเลย วัดระยะ ตะปูตอกนำ เย็บเอ็นให้หนัง 2 แผ่นติดกันซ้า

งานดิบมาก ไม่เอางาม เอาแบบถอดง่าย ประกอบง่าย ใช้งานได้จริง สอยไป สอยมา สอยไป สอยมา (งานดูแลรักษาบ้าน ได้ A ค่ะ) เสร็จละ

เกือบแล้ว อีกนิดหนึ่ง จัดสวนรอบนี้ ท่องประโยคนี้ เป็น 10 รอบ เราอยากได้มุมกาแฟยามเช้ากับเสียงน้ำตก นกร้อง นั่งสบาย สะอาด ๆ เราต้องทำได้ เราต้องทำได้ บ้านเราเองถ้าเราไม่ลงมือทำแล้ว ใครจะมาทำให้

พอลงดอกไม้ จัดน้ำตก โอม เหนื่อยจงหาย เหนื่อยจงหาย น้ำท่วมถ้าแกมาอีก ก็ดี เชอะ ชั้นจะได้ฉลาด ๆ ใช้สมอง ออกแบบสวนใหม่ ช้ั้นไม่กลัวแก ขอร้อง เหนื่อยนะเฟ้ย

นั่งละเลียดกาแฟตอนเช้า สบายอารมณ์ ตอนกลางคืนก็นั่งตา-กลม อิอิ เอาหมวกเก่ามาทำโคมไฟซะ 2 หมวก สว่างโร่…น่าจัดปาร์ตี้เชียว

เรื่องของการจัดสวนภายในบ้าน

447

เรื่องของการจัดสวนภายในบ้าน ถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับบ้านในยุคนี้ เพราะสวน ได้กลายเป็นจุดเด่น เป็นหน้าตาของบ้าน แถมยังเป็นการเสริมฮวงจุ้ยบ้าน ให้ดีได้อีกด้วย

ตำราฮวงจุ้ยมีพูดถึงหลักในการจัดสวนเอาไว้ หลากหลายรูปแบบด้วยกัน และเป็นเรื่อง ที่น่าสนใจไม่น้อย ปัจจุบันคนก็หันมานิยมจัดสวนแต่งบ้านกันอย่างจริงจัง บางบ้านหมด เงินไปกับเรื่องนี้มากโขทีเดียว ลองมาดูกันสิว่า ในทางฮวงจุ้ยพูด ถึงการจัดสวน เอาไว้อย่างไร

1. ตำแหน่งสวนควรอยู่ทางทิศตะวันออก การกำหนดพื้นที่สำหรับจัดสวนภายในบริเวณบ้าน ถือเป็นสิ่งแรกที่จะต้องพิจารณา การที่ตำราระบุว่า สวนควรอยู่ทางทิศตะวันออก ก็ด้วยเหตุผลที่ว่าทิศตะวันออกเป็นทิศที่พระอาทิตย์ขึ้น แสงแดดในยามเช้า จะช่วยส่งเสริมต้นไม้ให้มีความงอกงามและเขียวสด เพราะเป็นแสงที่ไม่แรงจนเกินไป ส่วนทางทิศตะวันออกถือว่าเหมาะสม เพราะต้นไม้จะได้รับแสงอาทิตย์ในยามเช้า

2. สวนต้องครบองค์ประกอบของธาตุทั้ง 5 คือ น้ำ ไม้ ไฟ ดิน และทอง สวนที่ดีจะต้องประกอบไปด้วย ต้นไม้ (ธาตุไม้) น้ำตก น้ำพุ อ่างบัว บ่อปลา (ธาตุน้ำ) แสงแดดส่องถึง(ธาตุไฟ) มีดินที่สมบูรณ์(ธาตุดิน) และที่สำคัญจะต้องมีการตกแต่งสวนอย่างสวยงาม(ธาตุทอง) ไม่ใช่ปล่อยให้รกรุงรัง กลายเป็นป่ามากกว่าสวน

3. น้ำตกในสวนจะต้องหันหน้าน้ำตกเข้าบ้านเสมอ การตกแต่งสวนโดยมี น้ำเข้ามาเกี่ยวข้องในทางฮวงจุ้ยบอกเอาไว้ว่าจะต้องระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกรณีของน้ำตก ที่มีการไหลของน้ำไม่เหมือนอย่างอื่น “หน้าน้ำตกจะต้องหันเข้าบ้าน ห้ามหันออกนอกบ้าน” เพราะการหันออกนอกบ้านจะหมายถึงการเงินไหลออก เพราะน้ำแทนความหมายของโชคลาภการเงินนั่นเอง นี่เป็นกฎเกณฑ์ที่จะต้องจำไว้ในการแต่งสวน

4. บ่อน้ำ สระน้ำ รูปทรงต้องไม่ร้าย การขุดบ่อน้ำหรือสระน้ำในสวนนั้นสิ่งที่จะต้อง คำนึงถึงก็จะเป็นเรื่องของรูปทรงของสระนั้น ในทาง ฮวงจุ้ย จะให้ใช้รูปทรงที่ไม่ทำร้ายคนในบ้าน เช่น รูปทรงที่เป็นเหลี่ยม รูปทรงขนมเปียกปูน สามเหลี่ยม เป็นต้น ควรใช้รูปทรงโค้งมน หรือวงกลม จะถือว่าดี ีที่สุด 5.ก้อนหิน วางผิดเป็นอุปสรรคใหญ่หลวง หิน มาตกแต่งสวนต้องระวังให้มาก โดยเฉพาะก้อนหินใหญ่เพราะในทางฮวงจุ้ย “ก้อนหิน” จะหมายถึงอุปสรรค การเลือกก้อนหินในการแต่งสวนจะต้องเลือกก้อนที่มีลักษณะกลมมน ห้ามเป็นเหลี่ยมคม หรือมีมุมแหลมก้อนหินที่มีรูก็เป็นลักษณะต้องห้ามเช่นกัน ตำแหน่ง ในการวางส่วนใหญ่ ่จะวางบริเวณมุมบ้าน ห้ามวางไว้หน้าบ้านหรือบริเวณที่ตรงกับประตูบ้าน

6.บ้านเล็ก ห้ามปลูกต้นไม้ใหญ่ บ้านที่มีขนาดเล็กมีพื้นที่จำกัดในการจัดสวน อย่างบ้านทาวน์เฮ้าส์ ห้ามเอาต้นไม้ใหญ่ ่มาปลูก เพราะจะก่อผลเสียมากกว่าผลดี สิ่งที่มองเห็นได้ชัด ก็คือ ต้นไม้ใหญ่จะทำลายฐานบ้าน และกิ่งก้านของต้นไม้ยังทำลายตัวบ้านอีกด้วย บ้านขนาดเล็กอย่างทาวน์เฮ้าส์ไม่ควรปลูก ต้นไม่ใหญ่ในบ้าน

7.หลีกเลี่ยงไม้หนามในการแต่งสวน เรื่องต้นไม้ที่มีหนามแหลม ในทางฮวงจุ้ยจะถือว่าเป็นข้อห้ามอยู่แล้ว เพราะหนามที่แหลมคมจะส่งผลกระทบ ต่อคนในบ้านได้ แต่บางคนอาจจะสงสัยว่าต้นไม้อย่าง เฟื่องฟ้า โป๊ยเซียน ที่คนนิยม นำมาปลูกในบ้านทำไมถึงไม่ห้าม ความจริงแล้วไม้หนามอย่างเฟื่องฟ้าหรือโป๊ยเซียน ก็เข้าข่ายเป็นต้นไม้ต้องห้ามเหมือนกัน เพราะมีหนามแหลม เพียงแต่ว่า ชื่อของต้นไม้เป็นมงคลเท่านั้น และต้นเฟื่องฟ้าส่วนใหญ่ ่จะนิยมปลูก ริมรั้ว หรือ กำแพง ซึ่งกลับเป็นผลดีในแง่ของการป้องกันสิ่งไม่ดีเข้าบ้าน

เหตุผลที่ตำราห้ามเอาไว้อย่างนั้น ก็เพราะหนามแหลมของต้นไม้ อาจจะเกี่ยว คนเดินผ่านไปมาในบ้านได้ โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กเล็กๆ นอกจากนี้ เวลาต้นไม้เติบโตเป็น ต้นไม้ใหญ่ จะเคลื่อนย้าย หรือตัดกิ่งของต้นไม้ค่อนข้างจะยากที่จะไม่โดยหนามเกี่ยว

จะเห็นได้ว่า หลักเกณฑ์หรือข้อบัญญัติในทางฮวงจุ้ยที่เกี่ยวกับการจัดสวนนั้น เป็นข้อบัญญัติที่อยู่บนรากฐานของเหตุผล ที่สามารถทำความเข้าใจได้ ยังไงก็ลองนำไป ใช้ดู

ต้นไม้ไม่มงคลที่ไม่ควรปลูกในบ้าน

376

ต้นไม้” ถือว่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะช่วยเติมเต็มบ้านในฝันให้น่าอยู่ที่สุด… เพราะนอกจากต้นจะให้ความร่มรื่น สวยงามแล้ว ต้นไม้ยังมีประโยชน์อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการช่วยให้ร่มเงาแก่บ้าน ช่วยให้อากาศสดชื่น แถมยังลดมลพิษภายในบ้านได้อีกด้วยนะ ส่วนการปลูกต้นไม้ในบ้านนั้น ตามตำราความเชื่อแต่โบราณที่สืบต่อกันมา เขาบอกว่า มีต้นไม้หลายประเภท หลายชนิดเลยล่ะค่ะ ที่ไม่ควรปลูกในบ้าน เพราะถือว่าเป็นไม้ไม่มงคล ถ้าหากปลูกไปแล้วก็จะนำมาแต่ความเดือดร้อน หรือความไม่สบายใจมาให้ผู้อยู่อาศัย

สำหรับต้นไม้ที่ไม่ควรปลูกในบ้าน มีดังนี้

กระทุ่ม : ชื่อมีความหมายถึงทุ่ม หรือขว้างปา

กล้วยตานี : ถือว่ามีนางตานี ปีศาจร้ายอาศัยอยู่ ไม่นิยมปลูกในบ้าน

ชบา : ในอินเดียตอนใต้ใช้ดอกชบาร้อยเป็นพวงมาลัย สวมคอนักโทษที่กำลังจะถูกประหารชีวิต จึงเชื่อว่าเป็นดอกไม้อัปมงคล

ชวนชม : เป็นไม้ประดับสวยงาม ที่มีความหมายในทางชักชวนให้เชยชม บ้านที่มีลูกสาวจะไม่ยอมปลูกต้นไม้ชนิดนี้เด็ดขาด

ตะเคียน : เป็นไม้ยืนต้นที่เชื่อกันว่า มีผีนางไม้สิงอยู่

เต่าร้าง : ชื่อออกไปในทางหย่าร้าง

ต้นสน : เชื่อว่าถ้าปลูกแล้วจะขัดสนไปตลอดชีวิต

ต้นรัก : เพราะเชื่อว่า จะทำให้ความรักยุ่งยากขึ้น และกลายเป็นคนมากรัก นอกจากนี้ ยางของต้นรัก ยังเป็นอันตรายต่อผิวหนังด้วย

ต้นระกำ : ถือว่าชื่อต้นระกำนั้น ไม่เป็นมงคลตั้งแต่โบราณมา จึงเชื่อกันว่า หากปลูกต้นระกำไว้ในบ้าน จะทำให้ได้รับความชอกช้ำ ระกำใจ อยู่ตลอดเวลา

ต้นซ่อนกลิ่น : มีอีกชื่อว่า ต้นซ่อนชู้ เป็นไม้ที่ไม่มงคลตามชื่อ ซึ่งหากนำมาปลูกในบ้าน จะทำให้ความรักความสัมพันธ์กับคนในครอบครัวเกิดปัญหากันขึ้น

ต้นมะระ : เป็นไม้เลื้อยก็ไม่ปลูกในบ้านเหมือนกัน

ถั่วแปบ : มีความหมายว่า กะปอบ กะแปบ แปลว่า กะปริดกะปรอย คือ ค่อนข้างขัดข้อง ไม่ได้สะดวก

นางแย้มป่า : คนโบราณเชื่อว่าเป็นต้นไม้ผีสิง วันดีคืนดีจะกลายเป็นผีเอาก้อนอิฐขว้างปาบ้าน

น้ำเต้า : เป็นไม้เถา รูปร่างคล้ายนมสตรี คนมีวิชาคาถาอาคม ห้ามกิน และห้ามลอดร้านน้ำเต้า

12 พรรณไม้ ช่วยปรับอากาศในบ้านให้สดชื่น

321

(ตอน2)

7. กุหลาบพันปี

พันธุ์พืชอีกหนึ่งชนิดที่เป็นตัวช่วยในการดูดซับกลิ่นต่าง ๆ ภายในบ้านได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะกลิ่นเหม็นจากเฟอร์นิเจอร์ไม้อัด ผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากโฟม และพลาสติก บริเวณที่เหมาะสมควรเป็นที่ร่วมแดดส่องไม่ถึง หากเป็นไปได้ควรจัดวางไว้ในที่อุณภูมิต่ำ ก็จะช่วยยืดเวลาให้เชยชมได้นานยิ่งขึ้น

8. วาสนา

ถึงแม้ภายในบ้านจะปิดทึบหรือแสงแดดส่องผ่านเข้ามาได้น้อย ก็สามารถนำต้นวาสนาไปปลูกเลี้ยงได้ แถมยังโตไว และยังเป็นตัวการช่วยขจัดกลิ่นจากน้ำมัน กับแลคเกอร์อีกด้วย แต่ทางที่ดีอย่าลืมตัดตกแต่งบ้าง เพื่อไม่ให้ลำต้นสูง หรือมีใบระเกะระกะภายในบ้านจนเกินไป

9. ปาล์มไผ่

ด้วยความสวยงามที่เป็นเอกลักษณ์และขนาดที่ไม่ใหญ่จนเกินไปจึงสามารถนำมาตกแต่ง และมีพลังในการกำจัดกลิ่นเบนซิน กับไตรคลอโรเอทิลีน สูงมากเลยทีเดียว ซึ่งพบได้ใน ยาฆ่าแมลง และน้ำยาซักแห้ง โดยแค่เพียงนำไปวางไว้ใกล้ ๆ กับเฟอร์นิเจอร์ หรือพื้นที่ที่มีกลิ่นแรงเท่านัั้น กลิ่นก็จะค่อย ๆ จางหายไปเองในที่สุด

10. ฟิโลใบหัวใจ

จุดเด่นของไม้เลื้อยชนิดนี้คือ มีใบรูปหัวใจคล้ายใบพลู และมีคุณสมบัติในการดูดซับสารพิษชนิดที่เรียกว่า VOCs หรือสารอินทรีย์ระเหยง่าย ที่มาจากการเผาไหม้ต่าง ๆ แต่ทั้งนี้ไม่เหมาะกับการปลูกไว้ในบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงหรือเด็กเล็ก เพราะจะเกิดอันตรายกับร่างกายหากพวกเขาเผลอรับประทานเข้าไป

11. เดหลี

ดอกไม้ที่มีคุณสมบัติในการดูดซับสารพิษจำพวก แอลกอฮอล์ อะซิโตน เบนซิน ฟอร์มาลดีไฮด์ และโทลูอีน เช่น ในน้ำยาขัดรองเท้า หรือทินเนอร์ ได้อย่างยอดเยี่ยม นอกจากนี้ยังสามารถชื่นชมความสวยงามของพืชพันธุ์ชนิดนี้ตลอดทั้งปีอีกด้วย หากตั้งไว้ในที่แดดรำไรไม่จ้ามากเกินไป และรดน้ำวันละครั้งก็พอแล้ว

12. กล้วยไม้หวาย

กล้วยไม้ที่ปลูกง่ายและหากซื้อได้ง่ายตามท้องตลาดทั่วไป หากนำไปวางไว้ในบ้าน จะช่วยดูดซับ คาร์บอนไดออกไซด์ อะซิโตน และฟอร์มาลดีไฮด์ได้ ที่อยู่ในน้ำยาล้างเล็บได้ เพียงแค่หมั่นรดน้ำวันละครั้งแขวนไว้ในที่แดดรำไร อย่างเช่น ริมหน้าต่างในห้องนอนก็เพียงพอแล้ว

วิธีปรับอากาศภายในบ้านอาจไม่ใช่การฉีดสเปรย์หรือน้ำหอมปรับอากาศเสมอไป ซึ่งนอกจากจะกำจัดกลิ่นได้เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ แล้วบางครั้งสารเคมีต่าง ๆ ที่นำมาใช้เป็นส่วนประกอบยังทำร้ายร่างกายของเราได้ด้วย ฉะนั้นการนำต้นไม้หรือดอกไม้มาวางเป็นทางที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการทำให้บ้านกลับมาสดชื่นสดใสอีกครั้ง

12 พรรณไม้ ช่วยปรับอากาศในบ้านให้สดชื่น

262

หลังจากที่เผชิญกับมลพิษจากฝุ่น ควันรถยนต์ จากภายนอกมาทั้งวัน เมื่อกลับถึงบ้านหลายคนก็คงอยากจะได้สูดอากาศสดชื่นภายในบ้านบ้าง ทางออกที่จะช่วยทำให้บ้านสดชื่น ก็คือเหล่าพรรณไม้นานาชนิด ซึ่งเราขอนำกองทัพของเหล่าไม้ดอกไม้ประดับที่จะช่วยเปลี่ยนบรรยากาศภายในบ้านให้สดชื่นได้มาฝากกัน

1. ว่านหางจระเข้

นอกจากจะเป็นพืชสมุนไพรที่ช่วยรักษาผิวหนังที่เกิดแผลพุพองจากการโดนของร้อนแล้ว ไม่น่าเชื่อว่าพืชชนิดนี้ยังมีคุณสมบัติที่จะช่วยสร้างกลิ่นและบรรยากาศอันแสนสดชื่นให้กับที่อยู่อาศัยของเราได้อีกด้วย เนื่องจากเนื้อเจลใส ๆ ที่อยู่ภายใต้เนื้อเยื่อสีเขียวสามารถดูดซับกลิ่นของสารระเหยฟอร์มาลดีไฮด์ และเบนซิน ที่มาจากน้ำยาทำความสะอาด สารหล่อลื่น ยาฆ่าแมลง และอื่น ๆ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งได้ โดยแค่เพียงตัดไปวางเอาไว้บริเวณริมหน้าต่างตามห้องที่ต้องการเท่านั้น

2. เศรษฐีเรือนใน

ไม้ใบชนิดนี้มีหัวอยู่ใต้ดิน ส่วนใบที่โผล่ขึ้นมานั้นมีแถบสีขาวที่ถูกขนาบข้างด้วยแถบเขียวทั้งซ้ายและขวา เมื่อโตเต็มที่มีดอกสีขาวเล็กบานออกมาให้ได้ชื่นชม ซึ่งทั้ง 2 ส่วนนี้จะช่วยกันขจัดกลิ่นเหม็นที่ตลบอบอวลอยู่ภายในบ้านได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะจำพวกสารระเหยต่าง ๆ เช่น เบนซิน ฟอร์มาลดีไฮด์ คาร์บอนโมโนไซด์ และไซลีน ที่อยู่ผลิตภัณฑ์เครื่องหนังและพลาสติกด้วย

3. ลิ้นมังกร

ถึงแม้หน้าตาของลิ้นมังกรจะไม่น่ารักน่าชังเหมือนต้นไม้ชนิดอื่น ๆ แต่สรรพคุณในการดูดกลิ่นก็เป็นยอดไม่แพ้ใคร โดยเฉพาะกลิ่นแก๊ส กลิ่นเหม็น หรือกลิ่นอับ รวมไปถึงสารระเหยจากผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้แก่ น้ำยาทำความสะอาด เป็นต้น ซึ่งลิ้นมังกรจะเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ที่มีแสงสลัว และความชื้นสูง ปลูกในห้องน้ำจะเหมาะมาก ๆ เลยล่ะ

4. พลูด่าง

สำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาดูแลต้นไม้สักเท่าไหร่ พลูด่างเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ไม่ควรพลาดเลย เพราะปลูกง่าย โตง่าย เข้ากันได้ดีกับสภาพอากาศทุกแบบ แถมไม่เปลืองพื้นที่ใช้สอยในบ้านด้วย เพียงแค่ใส่แจกันแบบติดผนังพร้อมเติมน้ำนิดหน่อย เท่านี้บ้านก็สวยสดชื่นได้ดั่งใจ แถมยังกรองอากาศบริสุทธิ์ช่วยให้บรรยากาศภายในบ้านน่าอยู่ขึ้นด้วย

5. เบญจมาศ

นอกจากความสวยงามแล้วดอกเบญจมาศยังสามารถกรองอากาศที่เป็นมลพิษ อย่าง กลิ่นจากสีทาบ้าน กาว พลาสติก และผงซักฟอก ให้กลายเป็นอากาศบริสุทธิ์ขึ้นได้ด้วย ตำแหน่งที่เหมาะสมในการวางคือ บริเวณริมหน้าต่าง เพื่อให้เบญจมาศสามารถรับแสงแดดจากภายนอกได้โดยตรง จะทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

6. ไทรย้อยใบแหลม

กลิ่นจากเฟอร์นิเจอร์ ของใช้ พรม หรือของตกแต่งต่าง ๆ ในห้องนั่งเล่นสามารถแก้ไขได้โดยการนำต้นไทรย้อยมาตั้งเอาไว้ตามมุมห้อง เพื่อให้ใบทำการฟอกอากาศภายในห้องให้สะอาด จะได้น่านั่งน่านอนมากขึ้น แต่ทั้งนี้เจ้าของบ้านอาจจะต้องดูแลใส่ใจสักหน่อย โดยการหมั่นให้น้ำและนำไปวางไว้ให้โดนแสงแดดจากภายนอกบ้าง ช่วยยืดอายุให้ต้นไทรย้อยอยู่ได้นาน ๆ